วิธีทดสอบ SPF ในไทย

มาตรฐาน ISO vs. วิธีที่ไม่ใช่มาตรฐาน — รู้ก่อนเลือก

ทำไมวิธีทดสอบ SPF ถึงสำคัญ?

เมื่อคุณเลือกซื้อครีมกันแดดที่ระบุ SPF 50 คุณอาจตั้งคำถามว่า — ตัวเลขนี้มาจากไหน? ทดสอบอย่างไร? และน่าเชื่อถือแค่ไหน?

ความจริงคือ ไม่ใช่ทุกค่า SPF บนฉลากมาจากวิธีการทดสอบแบบเดียวกัน ในไทยยังมีผลิตภัณฑ์จำนวนมากที่ใช้วิธีทดสอบที่ไม่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

💡 SPF ที่บอกว่า 'ผ่านการทดสอบ' — ทดสอบแบบไหนกันแน่?, คำถามนี้สำคัญกว่าที่คิด และบทความนี้จะช่วยให้คุณหาคำตอบได้

ภาพรวม: วิธีทดสอบ SPF มีกี่แบบ?

ปัจจุบันในตลาดไทย มีวิธีทดสอบค่า SPF อยู่ 5 รูปแบบหลัก แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ตามมาตรฐานสากล ISO

ตารางมาตรฐานและข้อกำหนดค่า SPF ทั่วโลก

กลุ่มที่ 1: ISO — มาตรฐานสากล ✅

1. In Vivo Testing — ISO 24444 (Gold Standard)

นี่คือวิธีที่ถูกยอมรับทั่วโลกในฐานะ Gold Standard มาอย่างยาวนาน

  • ทดสอบโดยตรงบนผิวหนังมนุษย์
  • มาตรฐาน ISO ปรับปรุงครั้งล่าสุดปี 2019
  • เป็นวิธีที่หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก (EU, AU, Asia, US) อ้างอิง
🏆 Gold Standard | ISO 24444 | ทดสอบบนผิวคน | อัปเดตล่าสุด 2019

2. In Vitro Testing — ISO 23675 (New Standard 2024)

วิธีใหม่ล่าสุดที่ถูกยอมรับในระดับสากลตั้งแต่ปี 2024 โดยใช้เทคโนโลยีการวัดในห้องปฏิบัติการ

  • ทดสอบในห้องแล็บ ไม่ต้องใช้ผู้ทดสอบมนุษย์
  • ใช้ Double Plate Method พัฒนาโดย Weneos (ฝรั่งเศส)
  • ผลสอดคล้องกับ ISO 24444 — สามารถทดแทนได้ในหลายกรณี โดยเฉพาะในประเด็นด้านจริยธรรม
  • EU และออสเตรเลียรับรองเป็นหนึ่งในวิธีมาตรฐาน
🆕 NEW 2024 | ISO 23675 | In Vitro | Double Plate Method | รับรองโดย EU & AU

กลุ่มที่ 2: ไม่ใช่ ISO/ใช้ผิด ISO — ระวัง! ⚠️

3. In-House Testing — ไม่มีมาตรฐานกลาง

นี่คือจุดที่ผู้บริโภคควรระวังเป็นพิเศษ In-House Testing หมายถึงการทดสอบที่แต่ละแล็บออกแบบวิธีการเอง

  • ไม่มีมาตรฐานกลาง — แต่ละห้องแล็บใช้วิธีที่ต่างกัน
  • ไม่สามารถเปรียบเทียบผลระหว่างแล็บได้อย่างมีความหมาย
  • Non-ISO — ไม่ได้รับการยอมรับจากองค์กรมาตรฐานสากล
  • ค่า SPF ที่ได้อาจสูงหรือต่ำกว่าความเป็นจริง
⚠️ ประเด็นสำคัญ: แม้ผลิตภัณฑ์จะระบุว่า 'ผ่านการทดสอบ SPF', แต่หากใช้ In-House Testing — ตัวเลขนั้นไม่สามารถเปรียบเทียบ, กับผลิตภัณฑ์อื่นได้อย่างยุติธรรม

4. In Vitro UVA PF Testing — ISO 24443 (ไม่ใช่ SPF!)

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด — ISO 24443 ไม่ใช่วิธีวัด SPF!

  • วัดค่า UVA Protection Factor (UVA-PF) ไม่ใช่ SPF
  • SPF วัดการป้องกัน UVB ส่วน UVA-PF วัดการป้องกัน UVA
  • ตัวเลข UVA-PF ไม่สามารถนำมาแสดงแทน SPF บนฉลากได้
  • มาตรฐาน ISO 24443 ปี 2021 — ต้องใช้ร่วมกับ ISO 24444 เท่านั้น (ก่อนที่จะมี ISO 23675 ปี 2024)
❌ UVA-PF ≠ SPF | ISO 24443 วัดค่า UVA-PF เท่านั้น, ไม่ใช่วิธีวัด SPF และไม่สามารถนำมาอ้างอิงค่า SPF บนฉลากได้

5. Simulator Calculation — R&D เท่านั้น

การคำนวณด้วย SPF Simulator เป็นเครื่องมือช่วยในขั้นตอนพัฒนาสูตร ไม่ใช่การทดสอบจริง

  • ใช้สำหรับประเมินสูตรเบื้องต้นในขั้นตอน R&D
  • ไม่มีมาตรฐานกำกับ — ดีไซน์มาเฉพาะ ใช้พัฒนาสูตร, กำหนดปริมาณและชนิดสารที่เหมาะสมกับ target SPF ที่ R&D formulators ต้องการ
  • ห้ามนำค่าที่ได้ไปแสดงบนฉลากผลิตภัณฑ์
รู้จัก มาตรฐานและข้อกำหนด ค่า SPF ทั่วโลก

มาตรฐาน SPF ทั่วโลก: แต่ละประเทศกำหนดอย่างไร?

แม้จะมีมาตรฐาน ISO เป็นกรอบกลาง แต่แต่ละภูมิภาคมีข้อกำหนดเฉพาะที่แตกต่างกัน นี่คือสรุปมาตรฐาน SPF สำคัญจากทั่วโลก

ประกาศข้อกำหนดฉลากเครื่องสำอาง
ประเด็นสำคัญที่ควรรู้
  • EU และออสเตรเลีย: รับรองทั้ง ISO 24444, ISO 23675 และ ISO 23698 — ครบที่สุด
  • เกาหลี ญี่ปุ่น จีน: ยังใช้ ISO 24444 (In Vivo) เป็นหลัก
  • สหรัฐอเมริกา: ใช้กฎเฉพาะของ FDA (2011) และมี Proposed Order 2021 ขยายเพดาน SPF ถึง 60+
  • ไทย: ยังไม่มีกฎหมายบังคับวิธีทดสอบ SPF ที่ชัดเจน ทำให้เกิดช่องว่างด้านคุณภาพ

ในฐานะผู้บริโภค คุณควรทำอย่างไร?

ความเข้าใจเรื่องวิธีทดสอบ SPF ช่วยให้คุณตัดสินใจซื้อได้อย่างมีข้อมูล

✅ สิ่งที่ควรมองหาบนฉลาก:

  • ระบุว่าทดสอบตาม ISO 24444 หรือ ISO 23675
  • ผ่านการทดสอบโดยหลายแล็บและมีการตรวจซ้ำอย่างสม่ำเสมอ
  • ค่า SPF สอดคล้องกับมาตรฐานที่ประกาศ

⚠️ สัญญาณที่ควรระวัง:

  • ไม่ระบุวิธีทดสอบหรือห้องแล็บ
  • บอกเพียง 'ผ่านการทดสอบ' โดยไม่อ้างอิง ISO
  • ประสิทธิภาพการกันแดดสวนทางกับคำเคลม เช่น เกิดอาการผิวแสบ-แดง-ไหม้ แม้ apply sunscreen อย่างถูกต้องแล้ว
  • ค่า SPF สูงผิดปกติ (เช่น SPF 100+) โดยไม่มีการอธิบาย

ห้ามเคลมเกินจริง (Overclaim) : กฎหมายไทยไม่อนุญาตให้เครื่องสำอางโฆษณาค่า SPF เกิน 50 หรือ SPF 50+

Catalite กับการยืนยันมาตรฐาน SPF ในไทย

Catalite ดำเนินการ Active Post-Market SPF Verification โดยซื้อผลิตภัณฑ์จากชั้นวางในตลาดจริง และทดสอบตามมาตรฐาน ISO เพื่อให้ข้อมูลที่โปร่งใสแก่วงการอุตสาหกรรม

🔬 Catalite ทดสอบด้วยมาตรฐาน ISO 23675 (In Vitro) และ ISO 24443 (UVA-PF), ตรวจสอบผลิตภัณฑ์จากตลาดจริง เพื่อความโปร่งใสของอุตสาหกรรม

cataliteeasyway.com/spf-verification

สรุป: SPF ที่ดีเริ่มต้นจากวิธีทดสอบที่ถูกต้อง

ตัวเลข SPF บนฉลากมีความหมายได้ก็ต่อเมื่อมาจากกระบวนการทดสอบที่มีมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็น ISO 24444 (In Vivo) หรือ ISO 23675 (In Vitro) ซึ่งทั้งสองวิธีได้รับการยอมรับในระดับสากล

สิ่งที่ผู้บริโภคและแบรนด์ต้องการคือความโปร่งใส — และความโปร่งใสนั้นเริ่มต้นจากการรู้ว่าค่า SPF มาจากวิธีทดสอบแบบไหน

SPF ที่บอกว่า 'ผ่านการทดสอบ' — ทดสอบแบบไหน?

SPF ที่บอกว่า “ผ่านการทดสอบ” ผ่านการทดสอบแบบไหนกันแน่?

ทุกวันนี้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับค่า SPF มากขึ้นกว่าที่เคย

หลายแบรนด์เลือกสื่อสารบนบรรจุภัณฑ์หรือสื่อการตลาดว่า “ผ่านการทดสอบ SPF แล้ว” หรือ “Tested SPF 50”

แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า คำว่าผ่านการทดสอบนั้น หมายถึงการทดสอบแบบใด และผลทดสอบที่ได้สามารถสะท้อนประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ได้มากน้อยเพียงใด

ในความเป็นจริง การประเมินประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์กันแดดมีมาตรฐานและวิธีการทดสอบหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละวิธีมีวัตถุประสงค์ ข้อดี และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน

การเข้าใจหลักการเหล่านี้จะช่วยให้ทั้งผู้บริโภคและเจ้าของแบรนด์สามารถตีความผลการทดสอบได้อย่างถูกต้องมากขึ้น

SPF ที่บอกว่า "ผ่านการทดสอบ" ผ่านการทดสอบแบบไหนกันแน่?

ทุกวันนี้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับค่า SPF มากขึ้นกว่าที่เคย หลายแบรนด์เลือกสื่อสารบนบรรจุภัณฑ์หรือสื่อการตลาดว่า "ผ่านการทดสอบ SPF แล้ว" หรือ "Tested SPF 50"

แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า คำว่าผ่านการทดสอบนั้น หมายถึงการทดสอบแบบใด และผลทดสอบที่ได้สามารถสะท้อนประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ได้มากน้อยเพียงใด

ในความเป็นจริง การประเมินประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์กันแดดมีมาตรฐานและวิธีการทดสอบหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละวิธีมีวัตถุประสงค์ ข้อดี และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การเข้าใจหลักการเหล่านี้จะช่วยให้ทั้งผู้บริโภคและเจ้าของแบรนด์สามารถตีความผลการทดสอบได้อย่างถูกต้องมากขึ้น

SPF หรือ Sun Protection Factor เป็นค่าที่ใช้ประเมินความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการป้องกันรังสี UVB ซึ่งเป็นรังสีที่เกี่ยวข้องกับอาการผิวแดงไหม้จากแสงแดด

โดยทั่วไป ยิ่งค่า SPF สูง ยิ่งสะท้อนถึงความสามารถในการลดผลกระทบจากรังสี UVB ได้มากขึ้นภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด

อย่างไรก็ตาม SPF ไม่ได้เป็นตัวแทนของการป้องกันรังสี UVA ทั้งหมด และไม่ได้บอกข้อมูลเกี่ยวกับความทนน้ำหรือความคงตัวของผลิตภัณฑ์โดยตรง

ดังนั้นการประเมินคุณภาพของผลิตภัณฑ์กันแดดจึงไม่ควรพิจารณาเฉพาะตัวเลข SPF เพียงอย่างเดียว

เมื่อพูดถึงการทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์กันแดด หลายคนอาจคุ้นเคยกับค่า SPF หรือ PA แต่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้ล้วนมาจากการทดสอบตามมาตรฐานสากลที่แตกต่างกัน

ปัจจุบันมาตรฐานการทดสอบกันแดดสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ การทดสอบบนอาสาสมัคร (In Vivo) และการทดสอบในห้องปฏิบัติการ (In Vitro) โดยแต่ละมาตรฐานมีวัตถุประสงค์และจุดเด่นแตกต่างกัน ดังแสดงในภาพด้านล่าง

SPF Test Standards

ISO 24444 [In Vivo]

เป็นมาตรฐานการทดสอบ SPF บนอาสาสมัคร ซึ่งได้รับการยอมรับและใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลกในการยืนยันค่า SPF ของผลิตภัณฑ์กันแดด

ISO 23675 [In Vitro]

เป็นมาตรฐานการทดสอบ SPF ในห้องปฏิบัติการ โดยใช้แผ่น PMMA และเครื่องมือวิเคราะห์แสง UV เพื่อประเมินประสิทธิภาพการป้องกันรังสี UVB โดยไม่ต้องทดสอบบนมนุษย์

ISO 23698 [Hybrid]

เป็นแนวทางการทดสอบแบบ Hybrid ที่ผสมผสานข้อดีของทั้ง In Vivo และ In Vitro เข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มความแม่นยำและลดการพึ่งพาการทดลองในมนุษย์

ISO 24442 [In Vivo]

ใช้ประเมินค่า UVAPF บนอาสาสมัคร เพื่อวัดประสิทธิภาพการป้องกันรังสี UVA ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัญหาผิวหมองคล้ำ ริ้วรอย และ Photoaging

ISO 24443 [In Vitro]

เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการประเมินการป้องกันรังสี UVA ในห้องปฏิบัติการ และเป็นหนึ่งในมาตรฐานที่หลายประเทศยอมรับสำหรับการสนับสนุนคำเคลมด้าน UVA Protection

สิ่งสำคัญที่ควรเข้าใจคือ ไม่มีมาตรฐานใดที่ "ดีที่สุด" สำหรับทุกกรณี

ปัจจุบันหน่วยงานกำกับดูแลในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ยอมรับทั้งการทดสอบแบบ In Vivo และ In Vitro ตราบใดที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับ และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างเพียงพอ

ดังนั้นเมื่อเห็นคำว่า

"SPF Tested"

หรือ

"PA++++ Tested"

สิ่งที่ควรถามต่อคือ

  • ทดสอบตามมาตรฐานใด?
  • เป็น In Vivo หรือ In Vitro?
  • ใช้ ISO ฉบับใด?
  • ผลทดสอบสามารถรองรับการเคลมในประเทศเป้าหมายได้หรือไม่?

แม้ว่าค่า SPF จะเป็นภาษากลางที่ใช้สื่อสารประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์กันแดดทั่วโลก แต่ข้อกำหนดด้านการทดสอบ การประเมินผล และการแสดงข้อความบนฉลาก อาจแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค

สำหรับแบรนด์ที่มีแผนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในหลายประเทศ การเข้าใจข้อกำหนดเหล่านี้ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์และเตรียมเอกสารด้าน Regulatory

Global Standards

ประเทศไทยให้ความสำคัญกับทั้งความปลอดภัยของผู้บริโภคและความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ใช้สื่อสารบนผลิตภัณฑ์

ตามประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอาง เรื่อง การแสดงค่าความสามารถในการป้องกันแสงแดดของเครื่องสำอางที่มีสารป้องกันแสงแดด พ.ศ. 2560 การแสดงค่า SPF, UVAPF และการกล่าวอ้างเรื่องความสามารถในการกันน้ำ จะต้องมีผลการทดสอบที่อ้างอิงมาตรฐาน ISO หรือมาตรฐานสากลอื่นที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

Thailand ISO Standards

สำหรับผู้ประกอบการไทย ระบบการจดแจ้งเครื่องสำอางเป็นระบบที่ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบต่อคุณภาพ ความปลอดภัย และความถูกต้องของข้อมูลผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง โดยต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับคำกล่าวอ้างต่าง ๆ และต้องพร้อมแสดงเอกสารต่อหน่วยงานกำกับดูแลเมื่อมีการตรวจสอบ

แม้ผลิตภัณฑ์จะมีค่า SPF เท่ากัน แต่ข้อกำหนดด้านการสื่อสาร การแสดงฉลาก และการสนับสนุนคำกล่าวอ้าง อาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศ

ดังนั้นก่อนพัฒนาผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับตลาดต่างประเทศ ควรพิจารณาตั้งแต่ต้นว่า

✓ ต้องการจำหน่ายในประเทศใด

✓ ใช้มาตรฐานการทดสอบใด

✓ เป็นการทดสอบแบบ In Vivo หรือ In Vitro

✓ ต้องการใช้คำเคลม Broad Spectrum หรือไม่

✓ จำเป็นต้องมีข้อมูล UVA Protection ระดับใด

✓ ต้องมีการทดสอบ Water Resistance หรือไม่

✓ รองรับการสื่อสาร Broad Spectrum หรือไม่

✓ มีเอกสารผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการที่น่าเชื่อถือหรือไม่

✓มีแนวทางเฝ้าระวังและหมั่นตรวจสอบประสิทธิภาพกันแดดหลังวางจำหน่ายอย่างเหมาะสมหรือไม่ (post-marketing)

การวางแผนด้าน Regulatory ตั้งแต่ช่วงพัฒนาสูตร จะช่วยลดต้นทุนในการทดสอบซ้ำและลดความเสี่ยงด้านการขึ้นทะเบียนในอนาคต

สรุป

คำว่า "ผ่านการทดสอบ SPF" อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของข้อมูลทั้งหมดที่ควรรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กันแดด

เบื้องหลังตัวเลข SPF ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการทดสอบ มาตรฐานที่ใช้ และการประเมินด้าน UVA ที่ล้วนมีผลต่อความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์

สำหรับแบรนด์ที่กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์กันแดด การเข้าใจมาตรฐานเหล่านี้ตั้งแต่ต้น จะช่วยให้สามารถเลือกสูตร วางกลยุทธ์การเคลม และสื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สรุป

คำว่า “ผ่านการทดสอบ SPF” อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของข้อมูลทั้งหมดที่ควรรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กันแดด

เบื้องหลังตัวเลข SPF ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการทดสอบ มาตรฐานที่ใช้ และการประเมินด้าน UVA ที่ล้วนมีผลต่อความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์

สำหรับแบรนด์ที่กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์กันแดด การเข้าใจมาตรฐานเหล่านี้ตั้งแต่ต้น จะช่วยให้สามารถเลือกสูตร วางกลยุทธ์การเคลม และสื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

SPF ที่บอกว่า ‘ผ่านการทดสอบ‘ — ทดสอบแบบไหน?

[live_search]
Cleansing & Deodorant) 3 Oil & Pores) 15 Organic & Sustainable) 11 กำจัดขน (Hair Removal) 2 ซิลิโคน (Silicones) 4 ดูแลช่องปาก (Oral Care) 6 ดูแลผิวหน้า & ผิวกาย (Skin & Body Care) 89 ดูแลริมฝีปาก (Lip Care) 4 ดูแลเส้นผม & หนังศีรษะ (Hair & Scalp Care) 53 ธรรมชาติ ออร์แกนิค & ยั่งยืน (Natural 11 ธรรมชาติ ออร์แกนิค & ยั่งยืน (Natural, Organic & Sustainable) 26 บำรุงขนตา & คิ้ว (Lash & Brow) 1 ปกป้องจากแดด & มลภาวะ (Sun & Pollution Protection) 35 ปลอบประโลม & ผิวแพ้ง่าย (Soothing & Sensitive) 36 ผิวกระจ่างใส & ลดจุดด่างดำ (Brightening & Dark Spots) 44 ลดริ้วรอย & ยกกระชับ (Anti-Aging & Firming) 60 ลดสิว คุมมัน & กระชับรูขุมขน (Acne 15 ลดสิว คุมมัน & กระชับรูขุมขน (Acne, Oil & Pores) 53 สารกันเสีย (Preservatives) 7 สารกันแดด (UV Filters) 30
Contact Us